2026.10.30
บางกอกโพสต์ถูกแฮก พร้อมคำอ้าง "สมาชิก 136,615 ราย": ถึงเวลาองค์กรไทยต้องนับข้อมูลเก่าที่ยังเก็บไว้
29 ตุลาคม 2569 เว็บไซต์บางกอกโพสต์ถูกแก้ไขหน้าเว็บโดยผู้โจมตีที่อ้างว่ามีข้อมูลสมาชิก 136,615 ราย ซึ่งหนังสือพิมพ์ปฏิเสธ รูปแบบของคำอ้างนี้บอกอะไรองค์กรไทยเรื่องข้อมูลเก่าที่ควรค้นหา ลบ และทำลาย
เช้าวันที่สำนักข่าวตื่นมาเจอข้อความของแฮกเกอร์
เช้าวันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม 2569 ผู้อ่านบางกอกโพสต์ หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษที่รู้จักกันดีที่สุดของไทย เปิดเว็บไซต์แล้วไม่ได้เจอแค่ข่าว ภาพประกอบในหลายบทความถูกเปลี่ยนเป็นภาพพื้นดำพร้อมข้อความ "Stop The War" ลงชื่อ "d001" และพาดหัวอย่างน้อยหนึ่งบทความถูกแทนที่ด้วยข้อความถึงตัวหนังสือพิมพ์เองว่า "hello bangkokpost, you've been compromised" ตามด้วยคำอ้างว่ามี "สมาชิก 136,615 รายอยู่ในมือ" ตามภาพหน้าจอที่สำนักข่าวภาษาฝรั่งเศส Toute la Thaïlande บันทึกไว้
ข้อความที่ผู้โจมตีแทรกเข้ามายังอ้างต่อว่าเข้าถึงฐานข้อมูล แอปพลิเคชันเซิร์ฟเวอร์ และเว็บเซิร์ฟเวอร์ของหนังสือพิมพ์ได้ พร้อมไล่ตัวเลขสมาชิกเว็บไซต์ สมาชิกแบบเสียเงิน ผู้ใช้เว็บบอร์ด และบัญชีในระบบจัดการเนื้อหา (CMS) รวมถึงหมวดที่ผู้โจมตีระบุว่าเป็นผู้ใช้เว็บบอร์ด "เก่า" และบัญชี CMS "เก่า" ตามที่ Thai Hyper รายงานในวันเดียวกัน
ช่วงบ่ายวันเดียวกัน บางกอกโพสต์ออก แถลงการณ์ ว่าเว็บไซต์เกิดขัดข้องทางเทคนิคช่วงสั้น ๆ หลังมีเนื้อหาที่ไม่ได้รับอนุญาตปรากฏบนหน้าแรกและหน้าอื่น ๆ ทีมเทคนิคเข้าดูแลความปลอดภัยของเว็บไซต์และกู้คืนการทำงานตามปกติอย่างรวดเร็ว และหลังตรวจสอบความปลอดภัยอย่างละเอียดแล้ว ยืนยันว่าไม่มีข้อมูลผู้อ่านหรือข้อมูลส่วนบุคคลใดถูกเข้าถึงหรือได้รับความเสียหาย พร้อมขออภัยผู้อ่านและแจ้งว่าจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป
เรื่องเดียวกัน สองส่วน แต่ยืนยันแล้วเพียงส่วนเดียว
ควรแยกเหตุการณ์นี้ออกเป็นสองส่วนให้ชัด การที่หน้าเว็บถูกแก้ไขเป็นข้อเท็จจริงที่บางกอกโพสต์ยอมรับเอง แต่คำอ้างเรื่องข้อมูลสมาชิกยังไม่ได้รับการยืนยัน มาจากฝั่งผู้โจมตีเพียงฝ่ายเดียว ยังไม่มีรายงานหลักฐานสาธารณะใดสนับสนุน และหนังสือพิมพ์ยืนยันว่าข้อมูลส่วนบุคคลไม่ถูกแตะต้อง ผู้อ่านบางกอกโพสต์จึงไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก และบทความนี้ไม่ได้มีเจตนาจะบอกว่าข้อมูลของพวกเขาถูกขโมยไป
ถึงอย่างนั้น รูปแบบของคำอ้างก็น่าศึกษา เพราะผู้โจมตีเขียนข้อความแบบนี้เพื่อสร้างความกลัวให้ได้มากที่สุด พวกเขาไม่ได้หยุดแค่ "เราเจาะเข้ามาได้" แต่ไล่รายการให้เห็นทั้งสมาชิก ลูกค้าที่จ่ายเงิน ผู้ใช้เว็บบอร์ด และบัญชีจากระบบที่บริษัทเลิกใช้ไปหลายปีแล้ว รายการแบบนี้ใช้ข่มขู่ได้ผล ก็เพราะแทบทุกองค์กรที่ออนไลน์มานานสิบปีขึ้นไปล้วนเก็บข้อมูลลักษณะนี้ไว้ และมักเก็บไว้นานเกินกว่าที่ใครจะยังต้องใช้
เรื่องนี้หมายความว่าอย่างไรกับบริษัทของคุณ
- แค่คำอ้างก็มีต้นทุนแล้ว ต่อให้ไม่มีข้อมูลหลุดออกไปเลย บริษัทก็ต้องเสียเวลาเป็นวันหรือมากกว่านั้นไปกับการตรวจสอบ การออกแถลงการณ์ และการตอบลูกค้าที่กังวล ยิ่งคุณบอกได้เร็วว่าองค์กรเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอะไรไว้ที่ไหนบ้าง ก็ยิ่งตอบได้อย่างมั่นใจเร็วขึ้น
- ข้อมูลเก่าคือสิ่งที่ถูกใช้ขู่ได้ง่ายที่สุด บัญชีจากเว็บบอร์ดที่ปิดไปแล้ว ผู้ใช้จากแพลตฟอร์มเว็บไซต์รุ่นก่อน รายชื่อจดหมายข่าวจากแคมเปญที่จบไปหลายปี หรือสำเนาฐานข้อมูลสมาชิกที่ใช้ทดสอบ ข้อมูลที่ไม่ได้ใช้แล้วก็ยังถูกขโมย หรือถูกอ้างว่าขโมยไปได้เหมือนเดิม
- PDPA กำหนดให้ลบอยู่แล้ว มาตรา 37 ของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลจัดให้มีระบบตรวจสอบเพื่อลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษา หรือเมื่อข้อมูลไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่เก็บมา อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ข้อกำหนด PDPA เรื่องการทำลายข้อมูลในอุปกรณ์ที่เลิกใช้
- การย้ายระบบคือจุดที่ข้อมูลเก่ามักถูกทิ้งไว้ เมื่อบริษัทย้ายไปใช้แพลตฟอร์มใหม่ เซิร์ฟเวอร์ฐานข้อมูลเดิมและดิสก์สำรองข้อมูลมักถูกถอดปลั๊กเก็บไว้ "เผื่อได้ใช้" แต่การปิดเครื่องไม่ได้ลบข้อมูลออกจากดิสก์แม้แต่รายการเดียว
เก็บกวาดข้อมูลเก่าแบบทำได้จริง
- ทำแผนที่ทุกจุดที่มีข้อมูลลูกค้าและสมาชิก ทั้งฐานข้อมูลที่ใช้งานอยู่ แพลตฟอร์มเดิม เว็บบอร์ดเก่า เครื่องมือส่งจดหมายข่าว ระบบทดสอบ ดิสก์สำรองข้อมูลและ NAS รวมถึงโน้ตบุ๊กที่พนักงานเคยส่งออกรายชื่อไว้
- ตัดสินใจทีละจุดว่ายังจำเป็นต้องใช้ ต้องเก็บไว้ตามกฎหมายเท่านั้น หรือไม่จำเป็นแล้ว และกำหนดระยะเวลาเก็บรักษาเป็นลายลักษณ์อักษร
- ลบบัญชีและชุดข้อมูลที่ไม่ต้องใช้แล้ว ปิดบัญชีผู้ดูแลระบบและบรรณาธิการที่ไม่มีใครใช้ และปลดระวางระบบที่เคยเก็บข้อมูลเหล่านั้น แทนที่จะปล่อยให้รันต่อหรือปิดเครื่องทิ้งไว้ในตู้แร็ก
- เมื่อฮาร์ดแวร์เหล่านั้นเลิกใช้งาน ต้องจัดการสื่อบันทึกข้อมูลให้ถูกต้อง ใช้ บริการทำลายข้อมูลเซิร์ฟเวอร์ สำหรับเซิร์ฟเวอร์ฐานข้อมูลและแอปพลิเคชันที่ปลดระวาง ส่งดิสก์ที่ถอดออกมาและดิสก์สำรองข้อมูลเก่าไป ทำลายฮาร์ดดิสก์และ SSD และรวมทั้งหมดไว้ในโครงการ กำจัดสินทรัพย์ไอที ครั้งเดียว พร้อมหนังสือรับรองทุกเครื่อง
สำหรับงานเคลียร์อุปกรณ์จำนวนมาก ช่างของเราเข้าไปที่สำนักงานของคุณในกรุงเทพฯ ได้ ถอดเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์เครือข่ายออกจากแร็ก ขนย้ายคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและโน้ตบุ๊กเก่า และจัดทำบัญชีรายการทุกชิ้นที่นำออกไป อุปกรณ์ทุกเครื่องที่มีสื่อบันทึกข้อมูลจะผ่านการลบข้อมูลแบบมีใบรับรองก่อน และมีบริการทำลายทางกายภาพเมื่อดิสก์ไม่สามารถยืนยันได้ว่าสะอาดหรือนโยบายของคุณกำหนดไว้ พร้อมหลักฐานภาพถ่ายและวิดีโอ ทุกเครื่องได้รับหนังสือรับรองการทำลายข้อมูลหรือการลบข้อมูล ระบุหมายเลขซีเรียล วิธีการ และวันที่ เรารับจัดการเฉพาะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น ไม่รับทำลายเอกสารกระดาษ
คำตอบที่ดีที่สุดต่อคำขู่ว่า "ข้อมูลสมาชิกของคุณอยู่ในมือเรา" คือการแสดงให้เห็นได้ว่าข้อมูลเก่าเหล่านั้นไม่มีอยู่แล้ว ขอใบเสนอราคาทันที หรือโทร 082-797-3702 เราจะลบหรือทำลายข้อมูลในดิสก์ของระบบที่ปลดระวางให้หมดไปอย่างถาวร เพื่อให้บริษัทของคุณไม่ต้องกังวลว่าผู้โจมตีจะเจออะไรในนั้น
ที่มา: Bangkok Post, "Bangkok Post secures website following brief disruption" (29 ต.ค. 2569) ; Toute la Thaïlande, "Bangkok Post piraté en Thaïlande : le journal dément la fuite de 136 615 comptes" (29 ต.ค. 2569) ; Thai Hyper (Thailand Hyperlinks), รายงานเหตุการณ์เว็บไซต์บางกอกโพสต์ (29 ต.ค. 2569)
บทความที่เกี่ยวข้อง
การกำจัดสินทรัพย์ไอที กรุงเทพฯ
การทำลายที่ได้รับการรับรอง ปฏิบัติตาม PDPA ในกรุงเทพฯ
Learn More